Ryuu 的个人资料Without dark, you wouldn...照片日志列表 工具 帮助
第 1 张,共 7 张
更多相册 (1)

Without dark, you wouldn't notice the light.

1月13日

Saturn's Ring

อ่ะ จบเรื่อง Gundam เปลี่ยนเรื่อง ... พอดีว่ามีคนพูดบางอย่างให้คิดแล้วก็เลยคิดไปเรื่อย ๆ ปกติเวลาอ่านนิยายหรือการ์ตูน มันก็ชอบมีแบบว่า จะเก็บดาวมาให้เธอ, จะคว้าจันทร์มาให้เธอ อะไรทำนองนี้ แต่มีคนทำให้เราคิดอะไรเด็ดกว่านั้นได้อีกน่ะ ดาวเสาร์น่ะ มันมีวงแหวนรอบ ๆ มันนี่นา ต่อไปต้องใช้มุข อยากได้วงแหวนดาวเสาร์ เอามาให้หน่อยนะ ดีมะ level up กว่าดาวกับดวงจันทร์ตั้งเยอะแหนะ ว่าไหม 555+

 

วันเด็กก็ผ่านมาแล้ว ทำไมไม่ได้ของขวัญเลยนะ เฮ้อ... ยังเด็กอยู่อ่ะ จริง ๆ ปกติวันเด็กน่ะอย่างน้อยก็ต้องได้กินไอติม ชีวิตหดหู่จริง ๆ เลย ง่า...โวยวายๆๆ

 

อื่ม ช่วงนี้เริ่มรู้สึกว่าชีวิตไม่ปลอดภัยแล้วเพราะมัวแต่ดู Gundam เลยไม่ได้แต่งฟิคเพิ่มเลย ต้องถูกคนอ่านเอาเลือดหัวออกในเร็ววันนี้แน่ เมย์เดย์ ๆ ผู้จัดการช่วยด่วน...

Gundam Seed

โอย...กรีดร้องโหยหวน ไม่ไหวแล้ว ใช้เวลาสองวันเต็ม ๆ ในการดู Gundam Seed 50 ตอนต่อเนื่อง หักโหมมาก ๆ เลย เหนื่อย...

 

เอาเถอะ ถึงจะเก่าไปหน่อย แต่ดูจบแล้วก็ต้องระบายกันบ้าง

 

***Warning: Contained Spoilers***

 

เรื่องนี้ Kira Yamato เอาใจเราไปเลย 555+ ตอนกิ๊ฟเอาให้เราดู แบบว่าสุ่มเปิดตอนอะไรก็ไม่รู้มาสปอยล์นิดนึง ตอนนั้นเรายังไม่รู้จักตัวละครหรอก แต่แค่เห็นตัวหัวสีน้ำตาลออกมาเท่านั้นแหละก็ถามกิ๊ฟว่า ใครน่ะ หล่อจัง ปรากฏว่าเป็นพระเอกนั่นเอง สรุปคือตกหลุมตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ดูการ์ตูนมาก็หลายเรื่อง แต่ไม่มีพระเอกเรื่องไหนหล่อเท่า Kira มาก่อนเลยจริง ๆ (ท่าจะบ้าไปแล้ว) จะว่าไปอาจจะเป็นที่ costume ของมันก็ได้ costume เรื่องนี้ดูเท่ ไม่หวือหวาแบบหลุดโลก คือมันยังมีเค้าความจริงที่คนธรรมดาจะแต่งตัวอย่างนี้ได้อยู่บ้างน่ะแหละ ถัดไปจากเรื่องหน้าตาแล้วอย่างอื่น ๆ ก็ส่งเสริมความเท่ของตัวละครตัวนี้ล่ะนะ สรุปแล้วนอกจากการไปยุ่งกับนางมาร Frey แล้ว อื่น ๆ ก็เพอร์เฟ็คต์หมด

 

จริง ๆ แล้วปกติเราจะชอบตัวละครบุคลิกแบบ Athrun Zala อ่ะนะ (ซึ่งก็มีคนเดาไว้แล้วว่าเราจะชอบ Athrun มากกว่า ซึ่งผิด 555+) แต่ว่าเรื่องนี้มีตัวเหนือกว่า Athrun อ่ะ ช่วยไม่ได้ หุหุ อย่างไรก็ตาม ถือว่าชอบทั้งคู่แล้วกัน ชอบให้อยู่ด้วยกันน่ะ อันที่จริง Athrun ก็เป็นตัวละครที่น่าสงสาร ตั้งแต่เรื่องพ่อแล้วก็เรื่องท่าน Lacus คู่หมั้นที่ถูก Kira แย่งไปต่อหน้าต่อตา แหมแต่ว่าในฐานะผู้หญิงแล้วขอแสดงความสมน้ำหน้านิดนึงด้วยความสะใจ มีคู่หมั้นที่ดีเลิศอย่างท่าน Lacus อยู่แล้วแท้ ๆ ดูแลไม่ได้ 555+ ถึงแม้ว่าในเรื่องจะไม่ได้แสดงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นอะไรมากมายของสองคนนี้ แต่ก็ imply จากกองทัพ Haro ที่ Athrun ผลิตให้ท่าน Lacus อ่ะนะ ลึก ๆ แล้วคงรักอ่ะแหละ แต่ก็อีกแหละนะ เหมือนที่มีคนบอกมาว่า Haro มีหลายตัว แต่ Torii มีตัวเดียวนะเออ (อ่า อันนี้นอกเรื่องละ) อย่างว่า ผู้ชายที่อะไรก็เก่งหมดแต่ทึ่มเรื่องหัวใจเนี่ย ก็เหมาะแล้วกับผู้หญิงอย่าง Cagalli ก็ถือว่าลงตัว

 

มาถึงท่าน Lacus Clein ดีกว่า เธอช่างเป็นนางเอกที่สุดยอดที่สุดในจำนวนการ์ตูนหรือหนังเรื่องใด ๆ ที่ดูมา เป็นนางเอกที่มีสมองนั่นเอง เบื่อเต็มทนพวกนางเอกที่นางเอ๊กนางเอกอ่ะ คงไม่ต้องบรรยาย เรื่องนี้เธอเป็น support ที่ดีมาก ๆ ให้กับทั้ง Kira และ Athrun นอกจากนั้นยังถูกใจมากตอนที่บอกให้ Athrun ไปคุยกับ Kira ดูเป็นตัวละครที่ทำอะไรได้ถูกที่ถูกเวลาถูกกาลเทศะสุด ๆ นอกจากนี้เธอยังให้ความรู้สึกแบบว่า Pure อ่ะ ไม่รู้จะพูดยังไงให้มันเป็นภาษาไทย คือเธอถูกเลี้ยงมาอย่างดี อยู่ในครอบครัวที่ดี มีจิตใจที่ดี ไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์แบบไหน คุณเธอก็ร้องเพลงได้ตลอด สดใสและมีความหวังอยู่เสมอ จะบอกว่าเหมือนพวกเจ้าหญิงใน Walt Disney ก็ได้ เพียงแต่เธอไม่อ่อนแอ ไม่ยอมตกเป็นเบี้ยล่างแบบนางเอกผู้น่าสงสาร และตัดสินใจทำในสิ่งที่ควรทำและตัดสินใจถูกเสมอนั่นแหละ

 

ต่อไปก็เป็น Cagalli Yura Asha แหม...เป็นตัวละครอีกตัวที่แบบว่าประทับใจอ่ะ ประทับใจตั้งแต่ภาพลักษณ์ละ เธอดูเหมือนหนุ่มน้อยหน้าหวานอย่างที่คนส่วนใหญ่ในเรื่องมักจะเข้าใจผิดว่าเธอเป็นผู้ชายน่ะแหละ แต่ก็นั่น...แอบเท่ บอกไม่ถูก ดูแสดงออกตรงไปตรงมา เอาแต่ใจนิดหน่อย แล้วก็มีอุดมการณ์ ประมาณว่า Coordinator แล้วไง Natural แล้วไง ก็นั่นแหละนะ ดูแล้วเธอเป็นคนที่โชคดีที่สุดในเรื่องนี้เลยที่มีพ่ออย่าง Uzumi เพราะในจำนวนพ่อ ๆ ทั้งหลาย ท่านคนนี้เป็นคนดีที่สุด จริง ๆ Sigel Clein พ่อของท่าน Lacus ก็ดีนะ เสียดายที่ไม่มี Power ทำไปทำมาก็ไม่เคยได้ผลอะไร ไม่เหมือน Uzumi อันนี้ประทับใจตอนก่อนตายที่ท่านบอกว่า The seed has been planted ใช่เลย การเสียสละของท่านเปลี่ยนแปลงทุกอย่างจริง ๆ น่ะแหละ ดีแล้วที่อย่างน้อยยังมีผู้ใหญ่ที่มีหัวคิดสักคนอยู่

 

พูดแล้วก็ต้องมาพูดถึงไอ้สภาโต๊ะกลมของพวกผู้ใหญ่ พอถึงฉากแบบนั้นทีไรก็เซ็งจิตทุกที เบื่อสุด ๆ เวลามันนั่งประชุมกัน แล้วก็ถกนั่นถกนี่ เกลียดมากที่สั่งการโดยที่ไม่สนใจความทุกข์ระทมของพวกทหารและประชาชน และเกลียดมากที่สุดเวลาพูดว่าต้องเสียสละส่วนน้อยเพื่อรักษาที่เหลือ ในเรื่องมีตอนอย่างนี้หลายที่ อย่างตอนที่ Alaska ที่เปิดระบบทำลายตัวเอง แล้วคนบริสุทธิ์ล่ะ ทำไมคนสั่งไม่ไปตายด้วยล่ะ ตาย ๆ ไปซะกับไอ้อุดมการณ์เสียสละนั่น ดูแล้วอารมณ์ขึ้นทุกที คนส่วนน้อยนั่นไม่ใช่คนหรือไง เลวมาก...

 

ยังมีตัวละครที่เลวมากเข้าขั้นถึงกับอยากต่อยหน้าจอกันเลยทีเดียวเวลามันทั้งหลายโผล่มา ถ้าไม่ยับยั้งช่างใจว่าจอมันแพงล่ะก็นะ ไม่ว่าจะเป็น Kuruuze, Patrick Zala, ตัวที่ชื่อประมาณอิสราเอล (ไม่ใช่ชื่อนี้หรอก แต่เราฟังไม่ออก เลยเรียกงี้แหละ หมายถึงตัวที่เป็นหัวหน้าของกลุ่ม Blue Cosmos อ่ะนะ), pilot สามตัวของฝ่าย EARTH, Frey Alster เหล่านี้แหละ ดูแล้วเซ็ง เลวเหลือเกิน

 

อ่ามาพูดเรื่องอื่นบ้างดีกว่า ตอนแรก ๆ เราก็ไม่ชอบ Isaac (หรือบางที่ก็สะกดว่า Yzak) แต่ตอนหลัง ๆ หลังจากที่ Dearka ก็หันมาเข้าพวกของ Kira แล้ว เหลือแต่ Isaac ยังอยู่กับ ZAFT เราก็นั่งลุ้นว่าเมื่อไหร่มันจะเลิกโง่แล้วหันมาอยู่ฝั่งนี้ซะที เธอดูเป็นคนดีนะ บอกไม่ถูก แม้ว่าตอนแรกจะแทบจะกินเลือดกินเนื้อกับ Kira ก็เหอะ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีออร่าของความเลวแผ่ออกมาเหมือนอย่างตัวทั้งหลายที่กล่าวไปข้างต้น ก็เลยเชื่ออยู่ลึก ๆ ว่ามันต้องคิดได้และหันมาอยู่ฝั่งนี้สิน่า เนอะ

 

พูดถึง Gundam ไม่พูดถึงหุ่นก็ไม่ได้ Freedom กับ Justice สินะ แม้แต่ชื่อหุ่นก็ยังเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย 555+ เอาอีกละ ไปไกลอีกละ กลับมา ๆ หุ่นสุดยอดสองตัวนี้ก็น่ะแหละ เท่ ไม่มีอะไรจะพูด ชอบที่สุดตอนที่ Freedom lock target ทีเดียวเป็นสิบ ๆ แล้วยิงกราด สุดยอดไปเลย จริงๆ แล้วถึงแม้ว่า Justice ก็ทำได้ แต่ก็เห็นทำอยู่ครั้งเดียวเองตอนที่ทำลาย Nukes จำนวนมากที่จะเข้าถึง PLANT สรุปแล้วเวลา Kira กับ Athrun เข้าคู่กันแล้วไร้เทียมทาน 555+ มีความสุขจริง ๆ (เอ๊ะ มันเกี่ยวตรงไหน) แต่ชอบตอนที่ Kira ขับ Strike มากกว่า ยิ่งตอน set OS ใหม่ภายในเสี้ยวนาทีนี่แบบเทพมาก รวมถึงที่ modify ระบบไปเรื่อย ๆ ด้วย พอมาขับ Freedom แล้วดูเหมือนว่าจะไม่ได้ใช้ความสามารถขั้นเทพพวกนั้นอีก เพราะ Freedom เองเป็นหุ่นรุ่นใหม่จากพวก Coordinators ซึ่งฉลาดอยู่แล้ว ไม่ต้องแก้ไขอะไร และเช่นเดียวกันก็ต้องชอบ Aegis ที่ Athrun ขับด้วยสินะ ว่าแต่ว่า Athrun เป็นอะไรมากหรือเปล่า ทำไมชอบเหลือเกินไอ้ระบบ Self Destruction ของหุ่นเนี่ย ทำลายทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ จริงๆ พับผ่าสิ ทั้ง Aegis ทั้ง Justice มันเปลืองนะไม่รู้หรือไง

 

Freedom, Justice, Strike, Aegis, Buster, Duel, Blitz ชอบหมดเลย (มันหมดทุกตัวในเรื่องแล้วนี่หว่า 555+ ไม่นับพวก no name เราไม่สน)

 

มีเรื่องจะพูดถึงอีกเยอะมากเกี่ยวกับ Gundam Seed แต่ว่ามันยาวละ ไว้วันหลังค่อยต่อ สำหรับ Idea เรื่อง Modify gene, cloning, conflict ระหว่าง Coordinators กับ Naturals, Neutron Jammer, Neutron Jammer canceller รวมไปถึงเรื่องของการใช้อาวุธ nuclear ขอไม่วิจารณ์ในตอนนี้แล้วกัน เพราะมันจะกลายเป็นเรื่องเครียดกันไปซะเปล่า ๆ ไว้ค่อยตั้งหัวข้อใหม่ที่จะพูดเรื่องพวกนี้โดยเฉพาะ ซึ่งคงจะเป็นบทความแสดงทัศนะอ่ะนะ ไม่ใช่บทความโหยหวนไร้สาระแบบนี้

 

อ่อ ขออีกนิดนึงพูดถึงการตายของ Nicole เธอคนนี้เป็นคนดีที่ไม่สมควรตายเป็นอย่างยิ่งเลย คนอื่นตายยังไม่สะเทือนใจเท่าคนนี้ตาย ไม่รู้สินะ เฮ้อ... ว่าแต่ว่าขึ้นชื่อว่าสงครามก็งี้แหละ คนบริสุทธิ์ก็ต้องตายมากมายไม่รู้เท่าไหร่ ที่จริง Kira ก็น่าสงสาร เพราะดูเหมือนว่าทุกอย่างที่ Kira ต้องการปกป้องแล้ว ท้ายที่สุดก็ไม่เคยสำเร็จเลย ที่น่าเศร้าที่สุดคงเป็นการตายของผู้คนใน Civilian Shuttle ที่มีเด็กผู้หญิงคนที่มอบลิลลี่กระดาษให้ Kira นั่งไปด้วย อันนั้นสะเทือนใจมาก...มากจริง ๆ

 

เอาละ พอแค่นี้ เดี๋ยวจะได้ร่ายยาวเรื่องสงครามกันอีกสามหน้าพอดี

 

Gundam Seed 50 ตอนจบไปแล้ว เหลือ Gundam Seed Destiny อีก 50 ตอนยังไม่ได้ดู ดังนั้นถ้าใครมาอ่านบทความแล้วจะ comment กรุณาอย่าสปอยล์เด็ดขาด ขอร้อง

1月1日

revive??

กำลังคิดว่าจะบูรณะ Space ดีไหมเนี่ย
จะยังมีคนอ่านอยู่ไหมนะ
 
ความจริงแล้วการเล่น Blog มันก็ถูกจำกัดด้วย speed ของ internet นี่ล่ะนะ
4月1日

เหนื่อยแล้วจริง ๆ

ฝนตกพรำ ๆ บรรยากาศอย่างนี้เงียบเหงาวังเวงนะเนี่ย
 
นานแล้วที่เวลาว่างหายไปจากชีวิต ถึงแม้ว่าจะปิดเทอม ก็คงดีหน่อยที่เป็นการปิดตัวเองจากวิชาการเข้มข้นลงชั่วคราว นอกจากนั้นแล้วก็มีธุระมากมายเหลือเกิน ยิ่งเดือนเมษานี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย เห็นตารางงานแล้วแทบจะเป็นลม แถมจะเปิดเทอมเร็วอีก จะจองล้างจองผลาญกันไปถึงไหนนะ
 
มีเรื่องให้คิด มีเรื่องให้เครียด วัน ๆ มีแต่เรื่องกับเรื่อง การจะทำงานอย่างหนึ่งให้ราบรื่นไม่ง่ายเลย มีแต่ปัญหากับปัญหา ทั้งที่คิดว่าผ่านประสบการณ์มามากแล้ว คิดว่าหาทางป้องกัน วางแผนอะไร ๆ มาอย่างดี แต่สุดท้ายแล้ว ปัญหาที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ถึงจะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ไปเรื่อย ๆ แต่ก็ทำให้งานที่เตรียมมาแสดงออกได้ไม่เต็มที่ บางทีก็เสียความรู้สึก แต่ว่านะ ก็เป็นประสบการณ์ที่สั่งสมไปเรื่อย ๆ ถือว่าเป็นครูละกัน
 
ไหน ๆ ผู้จัดการส่วนตัวก็จะหนีไปเที่ยวนอกราชอาณาจักรแล้ว ประโยคนี้ตีความได้ว่า ช่วงนี้ไม่รับงานเพิ่ม เพราะติดต่อผู้จัดการส่วนตัวไม่ได้ (แปลอย่างนี้ดีไหม) ใครก็ตามที่พยายามตามหาเราเพื่อให้มาทำงาน ขอเบี้ยวไปพักสักระยะนะ เหนื่อยเหลือเกินแล้วจริง ๆ
 
เวลาปิดเทอมอย่างนี้ไม่ค่อยได้เจอใคร ๆ เลย ก็รู้สึกเหงา ๆ นิดหน่อย ใครบอกว่าทำงานเยอะแล้วจะไม่คิดถึง ยิ่งเวลาที่ทำงานเยอะ ๆ จนเหนื่อยคิดอะไรไม่ออกแล้วสิยิ่งคิดถึง อันนี้พิสูจน์แล้วว่าการพยายามทำงานเพื่อกลบเกลื่อนความคิดบางอย่าง ไม่สำเร็จหรอก เหอ ๆ
 
พูดถึงความเหงา ใครอยากได้รู้จักความเหงาอย่างแท้จริงนะ ลองไปยืนดู Firework ที่ Disney land คนเดียวดูสิ รับลองเลยว่าจะได้เข้าใจนิยามของความเหงาที่แท้จริง (เราลองมาแล้ว) ยืนดู Firework ท่ามกลางคนที่มาเป็นคู่ ๆ น่าเศร้าจริง ๆ แต่ข้อดีก็ยังมี มันก็ทำให้เราได้ดูพลุด้วยความรู้สึกอีกแบบหนึ่ง ก็ได้ความประทับใจในอีกแง่มุมหนึ่งนะ
 
ฟังเพลงกันดีกว่า เพลง แล้วแต่กรุณา ของไอน้ำ จริง ๆ ก็ได้ยินผ่าน ๆ มาตั้งนานแล้ว บังเอิญพอดีมีคนให้ link มาก็เลยนั่งฟัง ยิ่งฟังก็ยิ่งชอบ
 
ถ้าเธอสงสัยที่ฉันทำว่าทำทำไม
ที่มาดูแลมาสนใจเธอทุกวัน
ต้องการอะไรถึงได้คอยมาห่วงใยกัน
บอกเธอตรง ๆ ว่าฉันมีความในใจ
 
*การที่ใครคนนึงจะทำอะไร ๆ ดีๆ เพื่อใครสักคน
มันต้องมีอะไร ๆ ที่เป็นเหตุผลให้ทำอย่างนั้น
 
**บอกเลยเหตุผลของฉันคือความรัก
เธอยังไม่รักก็ไม่ต้องหนักใจ
ขอแค่เธออย่าว่ากัน ปล่อยให้ฉันทำต่อไป
ที่เหลือก็แล้วแต่เธอกรุณา
 
ได้นอนหลับฝันถึงทั้งคืนก็ยังไม่พอ
ตื่นมาใจมันยังเฝ้ารอเธอทุกวัน
ถ้าเทวดามาให้พรเลือกได้อย่างฝัน
ถ้ามีวันนั้นวันที่เธอบอกว่ารัก
 
(*,**,**)
 
ขอแค่เธออย่าว่ากัน
ปล่อยให้ฉันรักต่อไป
ที่เหลือก็แล้วแต่เธอกรุณา...
 
อืม เป็นเพลงที่มองโลกในแง่ดีนะ ก็ดี มีคนบอกมาเหมือนกันว่าเราไม่ควรคิดอะไรในแง่ที่จะบั่นทอนจิตใจตัวเอง แต่ว่านะ ข้อดีของการมองโลกในแง่ร้ายไว้ก่อนทำให้คนเราไม่เสียใจกับอะไรได้ง่าย ๆ ข้อเสียคือมันบั่นทอนจิตใจอย่างที่มีคนว่าไว้นั่นแหละ แต่พูดถึงเพลงแล้ว ถามจริง ๆ เถอะ การที่คนเราทำดีกับคนคนหนึ่ง (ที่ไม่ได้เกี่ยวพันกันทางสายเลือด - เดี๋ยวจะมีคนเจ้าเล่ห์มาพูดประเด็นนี้ ดักก่อนดีกว่า) แล้วไม่หวังให้คนคนนั้นตอบสนอง มีจริงหรือ ไม่หวัง ไม่ปรารถนาเลยหรือ แล้วถึงแม้ว่าจะไม่ได้รับการตอบสนองอะไร ก็ยังจะทำต่อไปเรื่อย ๆ อย่างนั้นหรือ ปุถุชนมีความเมตตามากพอที่จะทำอย่างนี้ได้จริงหรือเปล่า มีคนบอกว่า ถึงแม้ว่าจะไม่ได้รับการตอบรับ แต่ก็ยังจะทำต่อไปเรื่อย ๆ แต่ถึงอย่างนั้น ความเจ็บปวดก็ยังเกิด คือหมายความว่า ยอมที่จะเจ็บปวดเมื่อรับรู้ว่าการกระทำทั้งหลายไม่ได้รับการตอบสนอง แล้วอย่างนี้ ทำไมถึงเจ็บ ไม่ใช่เพราะต้องการได้รับการตอบสนองเหรอ? คือลึก ๆ แล้ว การกระทำที่ไม่หวังผลไม่มีจริงใช่ไหม เพราะถ้าไม่ปรารถนาจริง ก็ไม่เจ็บสิ...
3月14日

ไม่มีหัวใจ

ว่าจะก่อตั้งสมาคมแข่งกับชมรมของแจ๊กกี้เสียหน่อยดีกว่า
 
เป็น "สมาคมคนไร้หัวใจ"
สมัครได้แล้ววันนี้ แต่เดี๋ยวก่อน หากคุณสมัครภายในสิบนาทีนี้ ฟรี!! เครื่องผลิตน้ำแข็งและหิมะประสิทธิภาพเยี่ยม
 
ถ้าคนเราไม่มีหัวใจเสียอย่าง อะไรก็มากระทบไม่ได้ ฟังดูดีเนอะ
 
เฮ้อ... เราคงว่างเกินไปถึงคิดอะไรไร้สาระได้เต็มไปหมด หางานมาทำเยอะ ๆ น่าจะดี
1月21日

ครั้งแรกของปี (อีกแล้ว)

ในที่สุดก็ล้มหมอนนอนเสื่อเป็นครั้งแรกของปี ที่จริงก็ไม่นับเป็นนัยสำคัญอะไรขึ้นมาได้เพราะปกติก็ป่วยเฉลี่ยเดือนละครั้งอยู่แล้ว เป็นเหตุการณ์ปกติ กินอะไรไม่ได้ไปสองวัน อยากออกจากช่วงจำศีลเต็มทน นี่ที่มาเล่น net ก็อาการดีขึ้นมากแล้ว เมื่อคืนไม่ไหว

 

ในเมื่อไม่มีเรี่ยวแรงจะทำอะไรได้ก็เลยได้แต่คืบคลานไปหาเปียโนแล้วก็นั่งจิ้ม ๆ ไปแก้เซ็ง (ต้องใช้คำว่าจิ้ม ๆ เพราะไม่มีแรงจริง ๆ) แล้วก็เอาเพลงเก่า ๆ มาเล่นประชดชีวิตให้หมด แล้วก็เล่นไปเจอเพลง ไม่เคยถาม ของ peacemaker ทำให้นึกถึงตอนงานพรอม ที่มีหนังสั้นหรือ MV ไม่รู้ ไม่ค่อยแน่ใจ ใช้เพลงนี้ประกอบ

 

จากเนื้อเพลงกับหนังหรือ MV ที่ทำ ประกอบกับบรรยากาศการจบการศึกษา การพรากจาก มันก็ดูเหมาะลงตัวดี เนื้อหาก็ตามเนื้อเพลง ถ้าไม่ถามแล้วจะรู้ได้อย่างไร แล้วพอสายไปแล้วดันมาถาม มันก็หลายทฤษฎี หลายความเชื่อ บ้างก็ว่าไม่ต้องพูดก็สื่อถึงกันได้ บ้างก็ว่าต้องพูดเพื่อความชัดเจน ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ว่ายังไงตัวเราก็ไม่อยู่ในฐานะที่พูดหรือเรียกร้องอะไรได้ อย่างไรก็ตาม 'เวลา' ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ยังคงยุติธรรมเสมอ (ใครอย่าเอาทฤษฎีของไอน์สไตน์มาค้านนะ มุขมันเก่าไปแล้ว) ก็หวังว่าเราหรือใครก็ตามจะไม่ปล่อยให้อะไรก็ตามสายเกินไป เพราะเวลาเท่านั้นที่ไม่มีวันหวนคืน

 

ใกล้สอบอีกแล้ว นี่แหละที่เราชอบทำให้มันสายเกินไป ไม่อ่านหนังสือ ขี้เกียจ พอถึงวันสอบก็ได้แต่บอกว่า สายไปแล้วล่ะ 555+ เฮ้อ แก้ไม่หายเสียทีนะ... แย่จริง

1月15日

blog แรกของปี

ไม่ได้อัพเดท space ซะนาน ไม่ค่อยว่างเลย เอาเป็นว่าประเดิม blog แรกของปีกลางเดือนละกัน
 
ปีใหม่นี้ได้หยุดสมใจ หยุดจริง ๆ ตอนแรกตั้งใจว่าจะตามอ่านหนังสือของเก่าที่เหลวไหลไปก่อนปีใหม่ซะหน่อย แต่แล้วความตั้งใจก็เป็นอันล้มเหลวไม่เป็นท่า เพราะในที่สุดก็เอาแต่นอน แล้วก็เลยให้อภัยตัวเองโดยการอ้างว่าไหน ๆ ก็หยุด ก็หยุดซะให้สมจริงสมจังซะเลย
 
ช่วงก่อนปีใหม่เป็นช่วงที่วุ่นวายที่สุดแห่งปี ไม่ได้เรียนหนังสือเลยเพราะรับงานนอกจนไม่มีเวลาจะนอนเลยต้องไปนอนในห้องเรียนแทน พอได้หยุดก็เลยนอนชดเชย คราวนี้พอเปิดมาปีใหม่ ก็วุ่นวายกะการเตรียมงาน senior farewell ตั้งแต่วันแรก ด้วยการประเดิมงานในฐานะ head backstage เต็มรูปแบบ วันพุธทำงานกันกว่าจะได้นอนก็ตีหนึ่ง วันพฤหัสซ้อม run through กว่าจะได้นอนก็ปาไปตีสอง ยังดีวันศุกร์มีคนใช้ราชแพทยฯเลยได้พัก ตอนเย็นต้องไปธุระข้างนอกกว่าจะกลับบ้าน แทนที่จะได้นอนก็ต้องมาซ้อมเพลงที่จะเล่นให้รุ่นพี่ตอนปิดงาน เช้าวันรุ่งขึ้นก็ตื่นไปคณะตั้งแต่แปดโมงเช้า แล้วก็ทำงาน ๆๆๆ ได้นั่งกินข้าวเที่ยงราว ๆ สิบนาที และข้าวกล่องตอนดึก ๆ ราว ๆ ห้านาที นอกนั้นก็วิ่งไปวิ่งมาตลอด กว่าจะงานจบเก็บงานได้นอนก็ตีสามโน่น วันอาทิตย์เลยนอนตายทั้งวัน งาน backstage ก็อันได้แก่ ติดตั้งฉาก เปลี่ยนฉาก จัดคิว ตามคิว ฯลฯ สรุปคือทำทุกอย่างที่ไม่มีคนทำ และถูกคนอื่นเรียกใช้ งานจบแล้วนี่รับจ้างทำ backstage ได้สบาย ๆ ระหว่างงานก็มีทั้งเรื่องดีและไม่ดี แต่รวม ๆ มันก็ผ่านไปแล้วถ้าดูที่ผลมันก็ถือว่าดี แม้ว่ากระบวนการจะขลุกขลักไปบ้าง แต่ผลลัพธ์ก็ทำให้เราได้ทำงานร่วมกับเพื่อนใหม่ ๆ หลายคน ก็ได้ความทรงจำที่ดีมากเก็บไว้สำหรับงานนี้
 
ว่าแล้วก็ตั้งใจไว้ว่าหลัง senior farewell ก็จะได้มีเวลาว่างจริง ๆ ซักที แล้วก็พบว่า งานมันไม่รู้จักจบสิ้นจริง ๆ ไม่ว่าจะงานนอกหรืองานใน เอาเถอะ บางเรื่องก็ถือว่าเราหาเรื่องเอง ก็ช่วยไม่ได้
 
ปีใหม่นี้ กรอสก็ขึ้น region ใหม่ด้วย organ of special sense ก็สนุกดีตั้งแต่วันแรกที่ทำเลย ลงแรงเองทุกขั้นตอน แต่ท่าทางเนื้อหาจะไม่ใช่น้อย
 
ไหน ๆ ก็จะจบปีอยู่แล้ว ปี ๆ หนึ่งนี่มันก็ผ่านไปเร็วมาก ๆ จริง ๆ แม้ว่าเราจะไม่ได้มีความสุขกับมันเท่าไหร่เลย นี่ถ้ามีความสุขคงจะจบปีหกได้เร็วเท่ากระพริบตาจริง ๆ ก็นับว่าเป็นลางดีนะที่เรายังรู้สึกว่ามันผ่านไปเร็วได้ เป็นสัญญาณว่าในความทุกข์ทรมานก็มีความสุขอยู่บ้างไม่มากก็น้อย
 
วันนี้ฟังเพลง น้ำเต็มแก้ว ของ endorphine ตอนดู MTV chart Thailand ก็รู้สึกดีนะ ที่จริงก็ได้ยินทางคลื่นวิทยุมานานแล้ว แต่เพิ่งเคยดู MV ก็ถือว่าดีนะ ชอบมาก ๆ เลย
 
'...ฉันยังต้องรออีกนานไหม ต้องรอเธออีกนานไหม ถึงจะได้เจอกับรักที่เธอเคยบอกฉัน...'
 
อืม ก็เป็นเรื่องของคนที่เป็นฝ่ายรอนั่นแหละนะ รอโดยที่รู้เป้าหมายยังยาก แล้วคนที่รอสิ่งที่ไม่รู้ล่ะ จะยากขนาดไหน แต่ในโลกนี้ก็ยังมีคนรอ รอ และรออย่างนี้อยู่มากมาย แล้วที่จริงการรอมันเป็นทุกข์หรือสุขกันแน่นะ อืม
 
อ้อ มีคนสงสัยคำว่า "เหมือนกันนะ" ใน personal message เยอะเลย ก็จะบอกที่นี่เลยละกันว่า มันเป็นคำพูดมาจากละครเรื่องรักแปดพันเก้าน่ะ ที่ quote มาก็ไม่มีอะไรหรอก แค่รู้สึกชอบคำพิเศษคำนี้เท่านั้นเอง ตอนจบเจ๊กับจุ้นก็ถามจอนแล้วว่าเหมือนกันนะนี่อะไรเหมือนกัน แต่จอนก็ไม่ได้ตอบเอาไว้ ลุ้นเหมือนกันว่าจะบอกหรือเปล่า แต่ไม่บอกแหละดีแล้ว คือเสน่ห์ที่แท้จริงของคำ ๆ นี้ล่ะ
 

Ashura Ryuu